ลิโอเนล เมสซี่ ยืนยันชัดแผนเลิกเล่นทีมชาติหากไม่คว้าแชมป์กลับบ้าน

ลิโอเนล เมสซี

ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงคนสำคัญจาก สโมสรบาร์เซโลน่าและทีมชาติอาร์เจนติน่าได้ออกมาให้คำตอบที่แน่ชัดแล้วว่ายังคงเล่นให้ทีมชาติตราบใดที่ยังไม่พาทีมคว้าแชมป์โลก

แม้ว่าการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 นี้ทีมชาติอาร์เจนติน่าดูเหมือนทำผลงานได้ไม่ดีนัก นัดที่แล้วทีมก็พ่ายขาดลอยให้กับโครเอเชีย 0-3 เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 61 ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าทีมตกรอบ 16 ทีมแน่นอนแล้วซึ่งทีมจะพ่ายแพ้แต่ยังคงมีลุ้นตีตั๋วเข้ารอบต่อไปซึ่งทางทัพอาร์เจนติน่ายังคงมีเกมแข่งขันในกลุ่มซึ่งเป็นนัดสุดท้ายจะพบกับทีมชาติไนจีเรีย โดยทีมต้องลุ้นเอาชนะในเกมให้ได้อย่างน้อย 2 ประตูเพื่อให้ผ่านเข้ารอบ

ทั้งนี้ยังคงต้องลุ้นคะแนนในกลุ่มเดียวกันคือ ไอซ์แลนด์และโครเอเชีย ที่เก็บแต้มพอสมควร จากทีมชาติอาร์เจนติน่าที่ดูเหมือนทำผลงานไม่ได้ในทัวร์นาเมนท์นี้ทำให้จุดกระแสข่าวของนักเตะกัปตันทีมชาติคนดังกล่าวที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเขาอาจเลิกเล่นให้ทีมชาติหลังจบเวิร์ดคัพปีนี้

โดยผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพบดาวยิงจากบาร์เซโลน่าและสัมภาษณ์ถึงกรณีการเลิกเล่นให้ทีมชาติ ซึ่งดาวยิงกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าก็ได้ประกาศชัดเจนว่า เขายังคงเล่นให้ทีมชาติ โดยตั้งความหวังไว้ว่าเขาจะเลิกเมื่อทัพฟ้าขาวได้ถ้วยแชมป์โลกกลับบ้านเกิดเท่านั้น ซึ่งเขาระบุต่ออีกว่าเขาคว้าแชมป์มากมายให้กับสโมสรประสบความสำเร็จมาแล้วและตนจะต้องพาทีมชาติคว้าแชมป์ให้ได้เช่นกัน

ลิโอเนล เมสซี

โดยกัปตันทัพฟ้าขาวเปิดเผยว่า “สำหรับแชมป์โลกนั้นมันมีความหมายต่อเขามาก ฟุตบอลโลกนั้นเป็นการแข่งขันที่ไม่เหมือนลีกอื่นๆ มันเป็นลีกแข่งขันระดับสูงที่สุดการได้คว้าถ้วยแชมป์มาครองนั้นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ผมยังหวัง เราหวังจะได้เห็นผู้คนในประเทศเห็นพวกเราตัวแทนถือถ้วยแชมป์ มีอารมณ์ร่วมกับชัยชนะ ผมยังหวังเพื่อให้เราคว้าชัยมาได้ แน่นอนว่าผมยังคงเล่นให้ทีมชาติเหมือนเดิมผมพร้อมเล่นให้ทีมเสมอ แต่ผมยังไม่เคยพาทีมชาติประสบความสำเร็จเหมือนกับบาร์เซโลน่า ดังนั้นผมยังเล่นให้ทีมชาติต่อไปจนกว่าจะคว้าแชมป์กลับบ้าน เรายังมีนัดแข่งอีกหนึ่งนัดในกลุ่มซึ่งพวกเราในทีมหวังเพื่อเอาชนะเข้าเล่นรอบต่อไป” กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่ากล่าว

ทั้งนี้อาร์เจนติน่า จะลงแข่งขันนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มกับไนจีเรียวันที่ 25 มิถุนายน 2018 ซึ่งถือว่าเป็นนัดตัดสินชะตาของทัพฟ้าขาวที่พวกเขาต้องคว้าชัยชนะในนัดนี้เท่านั้น แต่หากชนะพวกเขาต้องลุ้นแต้มกับสองทีมในกลุ่มอย่าง ไอซ์แลนด์และโครเอเชียอีกด้วย

คริสเตียโน โรนัลโด นักเตะซุปตาร์ขวัญใจมหาชน

คริสเตียโน โรนัลโด

คริสเตียโน โรนัลโด หากจะกล่าวถึงชื่อนักเตะผู้นี้แล้วน้อยคนที่จะรู้จักนักเตะซุปเปอร์สตาร์ที่มีแฟนคลับติดตามมากที่สุดคนหนึ่ง นอกจากเขาจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมแล้วเขายังเป็นทั้งพรีเซ็นเตอร์สินค้าทางกีฬาต่างๆมากมายด้วย

สำหรับเขาเป็นนักฟุตบอลจากทีมชาติโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลอาชีพ เรอัล มาดริด ของ ลาลีกา ลีกการแข่งขันฟุตบอลของสเปน ในตำแหน่งกองหน้า ทีเด็ดบอล ซึ่งก่อนหน้านี้เขา

เคยลงเล่นในสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาก่อนและย้ายมาเล่นกับ เรอัล มาดริด ในปี 2009 ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ สำหรับค่าเหนื่อยในปัจจุบันของเขานั้นนับว่ามากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์

วงการฟุตบอลโดยเขาได้รับค่าเหนื่อยราว 12 ล้านปอนด์ต่อปีและเป็นนักเตะค่าตัวแพงอันดับ 2 รองจาก แกเร็ธ เบล

คริสเตียโน โรนัลโด

สำหรับนักเตะซุปตาร์ผู้นี้ลงเล่นร่วมกับทีมชาติโปรตุเกสในปี 2003 โดยนัดแรกเจอกับทีมชาติคาซัคสถานหลังจากนั้นเขาก็ลงเล่นรายการหลายรายการ เช่น ยูโร 2004, ฟุตบอลโลก 2006, ยูโร

2008, ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 ซึ่งเขาก็สามารถทำประตูแรกในฐานะทีมชาติได้สำเร็จในปี 2004 ในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2004 ทำให้หลังจากนั้นเขาก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้นซึ่งก็ได้ลง

เล่นตัวจริงในปี 2008 สำหรับการเล่นฟุตบอลสโมสรอาชีพเขาย้ายเข้ามาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2003 โดยฤดูกาลนั้นเขาลงเล่นไปทั้งสิ้น 39 นัด ทำประตูได้ 8 ประตู วิเคราะห์บอล ใน

ฤดูกาลเดียวกันเขาสามารถทำประตูแรกในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ทำสำเร็จซึ่งนั่นก็ทำให้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และในฤดูกาล 2005-06 เขาสามารถ

ทำประตูได้ 12 ประตูจาก 47 นัดพร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของฟิฟโปรปีเดียวกัน ในการแข่งขันฟุตบอล 2006 เขาถูกแฟนบอลโห่ไล่เนื่องจากมีส่วนทำให้ เวนย์ รูนี่ย์ เพื่อนร่วมทีม

จากแมนยูต้องถูกไล่จากสนาม ในช่วงที่เขาลงเล่นกับแมนยูนั้นเขาเล่นไป 196 นัด ทำประตูไปได้ 84 ประตูก่อนหมดสัญญากับต้นสังกัดปี 2009 ซึ่งปีเดียวกัน สโมสรฟุตบอลเรอัล มาดริด ซื้อตัวเขา

ในค่าตัว 80 ล้านปอนด์ซึ่งนับว่าเป็นสถิติค่าตัวแพงที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่เข้ายายมาร่วมกับ เรอัล มาดริด ทำสามารภทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกของลาลีกานั้นเขา

ลงไป 35 นัด ประตูไป 33 ประตูและคว้าดาวซัลโวในปีเดียวกัน ล้มโต๊ะ ซึ่งทำให้เขาเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงนับแต่ตอนนั้น นอกจากนี้ในปี 2009 เขายิงลูกฟรีคิกในระยะไกลถึง 2 ครั้ง ในปี 2012 เฟ

ซบุ๊คของเขามีผู้ติดตามจากทั่วโลกมากถึง 50 ล้านคน และในปีเดียวกันเขามีส่วนช่วยพาทีมแชมป์ลาลีกาจบอันดับ 1 ของตารางและเป็นทีมแรกของประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่ทำได้ 100 คะแนน